เมโสหน้าใสยี่ห้อไหนดี 2025 เปิดไฟให้ผิว สวยใสแลดูสุขภาพดี

ตอนนี้เทรนด์ผิวฉ่ำวาว เล่นแสง กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ทำให้หลายคนหันมาสนใจหัตถการฉีดโมเสหน้าใสกันมากขึ้น เพราะได้งานผิวที่สวยแลดูสุขภาพดีแบบไม่ต้องผ่าตัดหรือพักฟื้น ทำแล้วใช้หน้าได้เลย ปิดจบปัญหาผิวหมอง มีรอยดำ รอยแดง พร้อมคืนความแข็งแรงให้ผิว อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีเมโสให้เลือกหลากหลายแบรนด์ แล้วควรเลือกเมโสหน้าใสยี่ห้อไหนดี? บทความนี้มีคำตอบ พร้อมเทคนิคการเตรียมตัวและวิธีดูแลหลังฉีดเมโสหน้าใส จะมีตัวไหนดีและน่าสนใจบ้าง ไปติดตามกัน!
สารบัญ
เลือกเมโสหน้าใสยี่ห้อไหนดี?
ในแต่ละคลินิกมีการใช้สูตรฉีดเมโสหน้าใสที่เฉพาะแตกต่างกันไป โดยสูตรยอดนิยมที่คลินิกชั้นนำเลือกใช้ คือ MD Collagen, Rejuran และ Juvelook ซึ่งมีข้อดีแตกต่างกันดังนี้
MADE Collagen
MADE Collagen (มาเด้ คอลลาเจน) เป็นเมโสหน้าใสที่อุดมไปด้วยคอลลาเจน วิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ ซึ่งช่วย Detox ฟื้นฟูสุขภาพผิว ลดความมันส่วนเกิน จบปัญหาผิวอ่อนแอ หมองคล้ำ แห้ง หยาบกร้าน ให้กลับคืนมาสมดุลอีกครั้ง ทำให้ผิวแลดูแข็งแรง เนียนนุ่มชุ่มชื่น สีผิวสม่ำเสมอ ฉ่ำวาว แต่งหน้าได้ติดทน ด้วยเทคนิคการฉีด 16 จุดตามแนวการไหลเวียนของระบบน้ำเหลือง
Rejuran
Rejuran (รีจูรัน) เป็นอีกหนึ่งสูตรเมโสหน้าใสยอดนิยม ที่ประกอบไปด้วยสาร Polynucleotide (PN) ที่สกัดจาก DNA ปลาแซลมอน โดดเด่นด้วยความสามารถในการกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ซ่อมแซมผิวที่อ่อนแอ ลดริ้วรอย รูขุมขนแลดูกระชับ เสริมเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) และให้ความชุ่มชื้น เติมน้ำให้ผิวฉ่ำวาว กระจ่างใส จากภายในสู่ภายนอก
Juvelook
Juvelook (จูวีลุค) คือนวัตกรรมตัวยาเมโสหน้าใสจากเกาหลีที่มีทั้ง PDLLA (Poly D,L-Lactic Acid) และ Hyaluronic Acid (HA) ในตัวเดียวกัน โดยจุดเด่นของ Juvelook คือการกระตุ้นคอลลาเจนจากภายใน ทำให้ริ้วรอยดูตื้นขึ้น แก้ปัญหาหลุมสิวตื้นๆ รูขุมขนกว้าง และทำให้ผิวชุ่มชื้น อิ่มฟู ใต้ตาดูเต็มขึ้น รอยคล้ำดูจางลง
เมโสหน้าใสคืออะไร มีข้อดียังไงบ้าง?
เมโสหน้าใส (Mesotherapy) คือเทคนิคการฉีดสารบำรุงเข้าผิวหนังชั้นกลางโดยตรง เพื่อช่วยฟื้นฟูผิวหน้าให้ดูชุ่มชื้น กระจ่างใส และสุขภาพดี โดยตัวยาเมโสหน้าใสอาจประกอบด้วยวิตามิน แร่ธาตุ กรดไฮยาลูรอนิก คอลลาเจน หรือสารสกัดอื่น ๆ ที่มีคุณสมบัติในการบำรุงผิวอย่างล้ำลึก ซึ่งแตกต่างจากการทาครีมที่มักซึมได้เพียงผิวชั้นบน การทำเมโสหน้าใสจึงช่วยให้ผิวได้รับสารบำรุงอย่างตรงจุดและเห็นผลเร็วขึ้น
ข้อดีของการฉีดหน้าใสมีอะไรบ้าง?
- เป็นการฉีดลดรอยสิว ช่วยให้หน้าแลดูกระจ่างใส
- เติมความชุ่มชื้นให้ผิว ลดอาการผิวแห้งและลอกเป็นขุย
- กระชับรูขุมขน ลดความมันส่วนเกินบนใบหน้า
- ช่วยให้เครื่องสำอางติดทนและแต่งหน้าง่ายขึ้น
- ไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ เห็นผลภายใน 3–7 วัน
- ผลลัพธ์อยู่ได้นาน ถ้าฉีดตามคำแนะนำของแพทย์
เลือกเมโสหน้าใสยี่ห้อไหนดี มีข้อควรระวังอะไรบ้าง?
การเลือกเมโสหน้าใสแบบฉีด มีข้อควรระวังที่ควรทำความเข้าใจ ดังนี้
ไม่มีรายละเอียดของสารสกัดให้ดูชัดเจน
การเลือกฉีดเมโสหน้าใสควรเห็นว่าข้างกล่องเขียนแสดงส่วนประกอบหลักอะไรบ้าง รวมทั้งแหล่งที่มา ความปลอดภัย และการรับรองจากหน่วยงานต่าง ๆ ถ้าคลินิกไหนไม่สามารถระบุชื่อสารสกัดหรือยี่ห้อเมโสได้ชัดเจน ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ควรหลีกเลี่ยง
ราคาถูกมากเกินไป
ราคาฉีดเมโสหน้าใสปกติแล้วเริ่มต้นครั้งละหลักพันบาทขึ้นไป แต่หากถูกเกินไป เช่น เหมาฉีดไม่จำกัดครั้งในราคาไม่กี่ร้อยบาท มักมาพร้อมความเสี่ยงสูง ทั้งเรื่องตัวยา ความปลอดภัย และความสะอาดของอุปกรณ์ ทั้งนี้ต้องดูร่วมกับคุณภาพและชื่อเสียงของคลินิก ไม่ควรตัดสินใจจากราคาเพียงอย่างเดียว
โฆษณาเกินจริง
คำโฆษณาเกินจริง เช่น ฉีดครั้งเดียวเห็นผลทันที หรือ ผิวขาวใสใน 24 ชม. อาจดูน่าดึงดูดใจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การฉีดเมโสหน้าใสต้องใช้เวลาและความต่อเนื่อง ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน ดังนั้นการโฆษณาแบบนี้จึงแสดงถึงความไม่เป็นมืออาชีพหรือมีเจตนาหลอกลวงนั่นเอง
ฉีดโดยหมอกระเป๋าหรือคลินิกเถื่อน
การฉีดเมโสโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ถือเป็นความเสี่ยงอันตรายอย่างยิ่ง เพราะนอกจากไม่มีความรู้ทางการแพทย์เพียงพอในการวิเคราะห์สภาพผิวแล้ว ยังอาจใช้อุปกรณ์อะไรที่ไม่ปลอดภัย ทำให้เกิดการติดเชื้อ อักเสบ หรือผลข้างเคียงที่แก้ไขได้ยาก แทนที่จะได้ผิวหน้าใสตามความต้องการ
ฉีดเมโสหน้าใสที่ไหนดี เลือกยังไง?
นอกจากควรเลือกว่าจะฉีดเมโสหน้าใสตัวไหนดี? ปัจจัยที่ควรพิจารณาในการเลือกคลินิกฉีดเมโสหน้าใส ให้ปลอดภัย และเห็นผลจริง มีดังนี้
- มีใบอนุญาตและการรับรอง: คลินิกต้องจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย และได้รับการรับรอง
- ผู้ทำการฉีดต้องเป็นแพทย์เท่านั้น: โดยต้องเป็นแพทย์จริงที่มีใบประกอบวิชาชีพ ไม่ใช่หมอกระเป๋าหรือบุคคลทั่วไป
- ตัวยาที่ใช้ต้องมีความปลอดภัย: มี อย. รับรอง สามารถตรวจสอบชื่อแบรนด์และแหล่งที่มาได้ชัดเจน
- ความสะอาดและมาตรฐานการบริการ: เครื่องมือ สถานที่ และอุปกรณ์ต้องผ่านการฆ่าเชื้อ สะอาด และได้มาตรฐาน
- รีวิวจากลูกค้า: ผลตอบรับจากลูกค้าจะช่วยสะท้อนความน่าเชื่อถือของคลินิกได้
- ราคาเหมาะสม: ไม่ถูกผิดปกติจนเกินไป เพราะอาจเป็นตัวยาไม่ได้มาตรฐาน
- การให้คำปรึกษา: แพทย์ควรอธิบายรายละเอียดอย่างตรงไปตรงมา ทั้งผลลัพธ์ ความเสี่ยง และการดูแลหลังทำ
- บริการหลังการรักษา: มีการนัดติดตามหรือดูแลหลังการฉีด เพื่อความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
วิธีการดูแลตัวเองก่อน หลังฉีดเมโสหน้าใส
ก่อนฉีดเมโสหน้าใส
- แจ้งประวัติการแพ้ยา สารเคมี สารบำรุง หรือวิตามินต่าง ๆ ที่เคยมีอาการแพ้
- บอกปัญหาผิวหรือความต้องการในการฟื้นฟูผิว เพื่อให้แพทย์วางแผนการรักษาได้เหมาะสม
- แจ้งภาวะตั้งครรภ์ หรือหากอยู่ระหว่างให้นมบุตร ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ
หลังฉีดเมโสหน้าใส
- จะมีตุ่มนูนขึ้นตามจุดที่ฉีด ตุ่มจะค่อยๆ หายไปเองภายใน 1-2 ชั่วโมง
- อาจมีรอยเข็มเล็ก รอยแดงจางๆ จากการทำมาเด้ ประมาณ 4-6 ชั่วโมงเมื่อแผลปิดสนิท สามารถใช้คอลซีลเลอร์กลบได้ รอยแดงที่มีจะค่อยๆ หายได้เองภายใน 1-3 วัน
- สามารถล้างหน้า ทำความสะอาดผิว ทาครีมได้ตามปกติ
- ใช้ครีมกันแดดทุกวัน และหลีกเลี่ยงการตากแดดโดยตรง
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ และเข้ารับการฉีดต่อเนื่องเพื่อผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพ
เมโสหน้าใส ตัวช่วยบูสต์ผิวสวย ออร่า
หากกำลังสงสัยว่าอยากหน้าใสฉีดอะไรดี? เมโสหน้าใสคือคำตอบ ด้วยสารสกัดที่อุดมไปคอลลาเจน วิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ สามารถช่วยฟื้นฟูสุขภาพผิวให้อิ่มฟูดูสุขภาพดี ลดริ้วรอย จุดด่างดำ ความไม่สม่ำเสมอของผิวได้อย่างเต็มที่หากทำอย่างต่อเนื่อง ส่วนการฉีดหน้าใสราคาเท่าไหร่นั้นควรเช็กกับแต่ละคลินิก ซึ่งมีราคาแตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่แล้วมักเริ่มต้นที่หลักพันบาทขึ้นไป ทั้งนี้แนะนำให้ตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานของคลินิกก่อนตัดสินใจทำ เพื่อความปลอดภัยและคุ้มค่าสูงสุด
