การประเมินความเสี่ยง เข้าใจความเสี่ยงในองค์กรและชีวิตประจำวัน

ทราบหรือไม่ว่า? การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) เป็นขั้นตอนสำคัญในการจัดการความเสี่ยงทั้งในองค์กรและชีวิตประจำวัน มันไม่ได้หมายถึงแค่การปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือมาตรฐานต่าง ๆ แต่กลับเป็นกระบวนการที่ช่วยให้เรามองเห็นและเข้าใจความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงานหรือการใช้ชีวิต
ซึ่งมีผลกระทบต่อวัตถุประสงค์และความสำเร็จในการดำเนินงาน การประเมินความเสี่ยงจะต้องประกอบด้วยการชี้บ่งความเสี่ยง (Risk Identification) การวิเคราะห์ความเสี่ยง (Risk Analysis) และการประเมินผลของความเสี่ยง (Risk Evaluation) ตามมาตรฐาน ISO 45001
การชี้บ่งความเสี่ยงคือการระบุหรือค้นหาอันตรายที่จะส่งผลต่อการดำเนินงาน ในขณะที่การวิเคราะห์ความเสี่ยงช่วยให้เราเข้าใจถึงธรรมชาติและสาเหตุของอันตรายนั้น เพื่อที่จะประเมินระดับผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อองค์กรหรือบุคคล สุดท้ายคือการประเมินผลของความเสี่ยง ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถเปรียบเทียบผลการวิเคราะห์ความเสี่ยงกับเกณฑ์ความเสี่ยงที่ยอมรับได้
วิธีการประเมินความเสี่ยง
การประเมินความเสี่ยงมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับขั้นตอนการทำงาน วิธีการต่าง ๆ ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เช่น
- Checklist: การใช้รายการตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีขั้นตอนใดถูกละเลย
- What if: การวิเคราะห์สถานการณ์โดยการถามคำถามว่า “ถ้าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น จะเกิดผลกระทบอะไรบ้าง”
- Hazard and Operability Study (HAZOP): การวิเคราะห์ที่เน้นไปที่การหาภัยอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงาน
- Failure Modes and Effects Analysis (FMEA): การระบุรูปแบบของข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นและวิเคราะห์ผลกระทบของมัน
- Fault Tree Analysis (FTA) และ Event Tree Analysis (ETA): การวิเคราะห์ที่ช่วยให้เราเห็นความสัมพันธ์ระหว่างเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจส่งผลต่อความเสี่ยง
การใช้เทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้เรามั่นใจว่าได้ครอบคลุมทุกด้านของการประเมินความเสี่ยง และสามารถวัดระดับความเสี่ยงได้อย่างถูกต้อง
การประเมินความเสี่ยงในชีวิตประจำวัน
การประเมินความเสี่ยงยังมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน ตัวอย่างเช่น การพิจารณาอาหารที่เรากิน เช่น การทานอาหารที่ผ่านการปรุงแต่ง อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง การเลือกใช้ชีวิตอย่างมีสติ เช่น การตรวจสุขภาพเป็นประจำและปฏิบัติตามข้อแนะนำทางการแพทย์ ถือเป็นการประเมินและจัดการความเสี่ยงในตัวเอง
การวิเคราะห์ความเสี่ยงในชีวิตส่วนตัวช่วยให้เราเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากพฤติกรรมหรือการตัดสินใจในแต่ละวัน ซึ่งสามารถนำไปสู่การป้องกันปัญหาสุขภาพหรืออุบัติเหตุได้
ความสำคัญของการประเมินความเสี่ยง
การประเมินความเสี่ยงเป็นเครื่องมือที่สำคัญในทุก ๆ การดำเนินงานขององค์กร ตั้งแต่การวางแผนโครงการ อยากให้สำเร็จไปจนถึงการป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น การประเมินความเสี่ยงช่วยให้เราสามารถวางมาตรการป้องกันได้อย่างมีระบบ และลดโอกาสที่จะเกิดปัญหาที่อาจส่งผลเสียต่อองค์กรได้
ยกตัวอย่างเช่น ในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง การประเมินความเสี่ยงจะช่วยในการระบุอันตรายที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในที่สูง หรือการใช้เครื่องมือหนัก ซึ่งหากไม่ถูกประเมินความเสี่ยงที่เกิดขึ้นอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้
การประเมินความเสี่ยง จึงไม่ได้เป็นเพียงกระบวนการที่เราต้องทำตามเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการสร้างความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานขององค์กร รวมถึงการใช้ชีวิตของเราในเรื่องส่วนตัวที่มีความเสี่ยงสูง
การประเมินความเสี่ยง คืออะไร?
การประเมินความเสี่ยงเป็นกระบวนการที่สำคัญสำหรับองค์กรในทุกประเภท ซึ่งมีความหมายในการระบุและประเมินผู้ป้องกันภัยคุกคามที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจกรรมสำคัญ (Critical Business Function) ขององค์กร การประเมินนี้ช่วยให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้ว่าองค์กรควรรับมืออย่างไรเพื่อลดหรือบรรเทาผลกระทบจากความเสี่ยงที่เกิดขึ้น
ความสำคัญของการประเมินความเสี่ยงนั้นอยู่ที่การช่วยให้องค์กรได้รู้ถึงภัยคุกคามที่มาถึง และสามารถจัดการกับความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรและความเสถียรของคณะผู้บริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยข้อมูลที่ได้จากการประเมินจะถูกใช้ในการวางกลยุทธ์ความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Strategy) เพื่อให้แผนการดำเนินงานสามารถดำเนินต่อไปได้แม้เกิดเหตุไม่คาดคิด
ความเสี่ยงคืออะไร
ความเสี่ยงเป็นปัจจัยที่อาจเกิดขึ้นซึ่งจะส่งผลกระทบต่อองค์กรในด้านต่างๆ อาทิเช่น การเงิน, ความปลอดภัย, ชื่อเสียง และการปฏิบัติงาน องค์กรควรมีการวิเคราะห์ความเสี่ยงเหล่านี้เพื่อตระหนักถึงสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
การประเมินความเสี่ยงมีความสำคัญมากในยุคที่โลกเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ต้องมีการทำแบบประเมินเพื่อระบุภัยคุกคามทั้งจากธรรมชาติและจากมนุษย์ เช่น การโจมตีทางไซเบอร์ การชุมนุมประท้วง และภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ฯลฯ
แนวทางการทำแบบประเมิน CVD Risk Score
การประเมิน CVD Risk Score เป็นการประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพที่สำคัญ สำหรับองค์กรที่ให้บริการด้านสุขภาพ โดยมีขั้นตอนการทำแบบประเมินที่แนะนำดังนี้
- การระบุภัยคุกคาม: องค์กรควรเริ่มต้นด้วยการระบุภัยคุกคามที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน เช่น โรคระบาด ฯลฯ
- การประเมินผลกระทบ: ต้องวิเคราะห์ว่าผลกระทบจากภัยคุกคามแต่ละชนิดนั้นจะมีความรุนแรงเพียงใดต่อองค์กรและระดับความเสี่ยงที่องค์กรสามารถยอมรับได้
- การพิจารณาความเสี่ยง: การประเมินว่าอาจมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการหยุดชะงักใดที่จำเป็นต้องได้รับการจัดการ
- การดำเนินมาตรการ: หากพบว่าความเสี่ยงนั้นอยู่ในระดับที่ไม่สามารถยอมรับได้ องค์กรต้องมีการระบุมาตรการจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการดำเนินงาน
การประเมินความเสี่ยงจึงเป็นเครื่องมือที่มีคุณค่าในการช่วยให้องค์กรสามารถจัดการและลดผลกระทบที่อาจเกิดจากภัยคุกคามที่มีอยู่ในสภาพแวดล้อมการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วิธีการวิเคราะห์การประเมินความเสี่ยง

การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) คือกระบวนการที่ใช้เพื่อชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการทำงาน ผ่านการวิเคราะห์สาเหตุและพิจารณาผลกระทบที่มีต่อองค์กรหรือกิจกรรมที่ดำเนินอยู่ โดยในบทความนี้จะนำเสนอวิธีการวิเคราะห์การประเมินความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งประกอบด้วยการสร้างตารางการประเมินความเสี่ยงและการดำเนินการใน 4 ขั้นตอนที่สำคัญ
ตารางการประเมินความเสี่ยง
การสร้างตารางการประเมินความเสี่ยงเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการจัดการความเสี่ยง โดยให้ระบุภัยคุกคามต่าง ๆ ที่สามารถแบ่งเป็นประเภท เช่น
- ภัยจากธรรมชาติ (Natural Disaster): ไฟไหม้, แผ่นดินไหว, และอุทกภัย
- ภัยจากมนุษย์ (Manmade Disaster): การก่อการร้าย, การชุมนุมประท้วง
- ภัยที่เกิดจากเทคโนโลยี (Technology Disaster): ไฟฟ้าดับ, การโจมตีทางไซเบอร์
ในตารางนี้ ควรมีการบันทึกข้อมูลที่สำคัญ เช่น ระดับความเสี่ยง (Risk Level), ความถี่ของอุบัติการณ์ (Frequency), และระดับผลกระทบ (Impact Level) ซึ่งจะช่วยให้การประเมินเป็นไปอย่างมีระบบและชัดเจน
การประเมินความเสี่ยง 4 ขั้นตอน
การประเมินความเสี่ยงมีลำดับขั้นตอนที่ชัดเจน 4 ขั้นตอน ได้แก่
- ระบุภัยคุกคาม: ควรเริ่มต้นด้วยการระบุภัยคุกคามที่เป็นไปได้ต่อกิจกรรมหรือองค์กร ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทหลักตามที่กล่าวแล้ว
- ประเมินระดับผลกระทบ: ขั้นตอนนี้ต้องวิเคราะห์ระดับผลกระทบที่ภัยคุกคามแต่ละประเภทสามารถก่อให้เกิดต่อองค์กร พร้อมกับตรวจสอบโอกาสการเกิด (Likelihood) เพื่อคำนวณคะแนนความเสี่ยง (Risk Score)
- พิจารณาระดับความเสี่ยง: หลังจากได้คะแนนความเสี่ยงแล้ว ควรพิจารณาว่าความเสี่ยงที่เกิดขึ้นนั้นอยู่ในระดับที่องค์กรสามารถจัดการได้หรือไม่
- จัดการมาตรการความเสี่ยง: หากความเสี่ยงอยู่ในระดับที่ไม่สามารถยอมรับได้ จำเป็นต้องมีการจัดการความเสี่ยงและระบุมาตรการที่เหมาะสมในการลดความเสี่ยงเหล่านั้น
การปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยให้องค์กรสามารถมีแผนการรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ทางทีมที่ประเมินความเสี่ยงควรพิจารณาอัพเดตข้อมูลอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้การประเมินเป็นไปอย่างแม่นยำและป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดคิดในอนาคต
การประเมินความเสี่ยง การประเมินที่ใช้ได้ทั้งการทำงานและชีวิตจริง
การประเมินความเสี่ยงถือเป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ทั้งในระดับองค์กรและชีวิตประจำวัน ด้วยการชี้บ่งความเสี่ยง การวิเคราะห์ และการประเมินผลความเสี่ยงตามมาตรฐาน ISO 45001 เราสามารถระบุและเข้าใจถึงภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้กระบวนการอันละเอียดละออต่าง ๆ เช่น การใช้ Checklist, การวิเคราะห์ What if, การศึกษา HAZOP, และการวิเคราะห์ FMEA รวมถึงเทคนิคอื่น ๆ ได้รับการออกแบบมาเพื่อครอบคลุมทุกด้านของการประเมินความเสี่ยง
การนำเอาวิธีการเหล่านี้ไปใช้ ไม่เพียงแต่ช่วยในแง่ขององค์กรเท่านั้น แต่ยังขยายไปสู่การจัดการความเสี่ยงส่วนบุคคลในชีวิตประจำวัน เช่น การเลือกรับประทานอาหารและพฤติกรรมสุขภาพ การประเมินความเสี่ยงไม่เพียงเป็นการปฏิบัติตามข้อกำหนด แต่ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการสร้างความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินชีวิตและการทำงานของเราในทุก ๆ ด้านอย่างชัดเจนและมั่นคง
