ไอแพดรุ่นไหนดี ที่ช่วยตอบโจทย์การใช้งานได้ใกล้เคียงสุดสุด

ปัจจุบันไอแพดซึ่งเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าประเภทแท็บเล็ตมักนิยมใช้เสริมการเรียน การทำงาน เพราะได้รับการออกแบบมาให้ตอบโจทย์การใช้งานได้ในหลากหลายกิจกรรม ดังนั้นเราจะมาหาคำตอบว่าไอแพดรุ่นไหนดี เราควรซื้อไอแพดรุ่นไหนดี เราควรเลือก iPad ใช้เรียนรุ่นไหนดี
เราจะมาแนะนำไอแพด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ดังของ Apple ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS มีหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ จึงทำให้ง่ายและสะดวกต่อการใช้งาน แต่ยังสามารถพกพาไปมาได้ทุกที่แบบสะดวกสบาย
เหตุผลที่ทำให้ไอแพดได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายเพราะสามารถนำไปใช้ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเพื่อความบันเทิง เช่น ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม, การเรียนออนไลน์, การทำงานสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูง และเหมาะกับการจัดเก็บข้อมูล
นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานได้เหมือนกับแล็บท็อปเพียงแต่ว่ามีขนาดที่เล็กกว่า ทั้งยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ดีด้วยการใช้งานคู่กับ Apple Pencil และ Magic Keyboard เป็นต้น
1. iPad Pro 11” และ iPad Pro 13” ชิป M5

เป็นไอแพดรุ่นโปรท็อปสุด แรงสุด ที่มาพร้อมชิป M5 ที่ทรงพลังที่สุด เหมาะกับการใช้งานอย่างหนัก ให้ความเร็วแบบก้าวกระโดดในยุค AI ให้คุณได้สัมผัสกับประสบการณ์ระดับมือโปร มืออาชีพ เป็นไอแพดทำงานสำหรับนักออกแบบ กราฟิก นักดนตรี นักธุรกิจ ทำงานด้านเฉพาะทาง
ดีไซน์บางเบา จอภาพ OLED Ultra Retina XDR มีกล้องหน้าคู่แนวนอน สามารถรองรับ Apple Pencil Pro & Magic Keyboard จึงเหมาะที่จะเป็นไอแพด แนะนำสำหรับงานเฉพาะทาง
มีความจุเหลือเฟือตั้งแต่ 256GB จนถึง 2TB สามารถเลือกได้ทั้ง 2 ระบบ คือ แบบ Wi-Fi และ Wi-Fi + Cellular
ส่วนราคาของ iPad Pro 11” จะเริ่มต้นที่ 35,900 ถึง 79,900 บาท และ 47,900 – 91,900 บาท ในรุ่นของ iPad Pro 13”
2. iPad Pro 11” และ iPad Pro 13” ชิป M4

เป็น iPad Pro รูปแบบใหม่ในดีไซน์บางเบาพร้อมพกพาสะดวก มาพร้อมชิป M4 แรงสุดที่เป็น Apple Silicon เจเนอเรชั่นถัดไป มีจอ OLED Ultra Retina XDR สองชั้น บางเฉียบ รองรับอุปกรณ์เสริม Apple Pencil Pro และ Magic Keyboard รุ่นใหม่
มีความจุให้เลือกเข้ากับการใช้งานได้ตั้งแต่ 256GB ถึง 2TB พร้อมระบบที่เป็นได้ทั้ง Wi-Fi หรือ Wi-Fi + Cellular
สำหรับราคา iPad Pro 11” จะเริ่มที่ 30,500 – 67,500 บาท ในขณะที่ iPad Pro 13” จะเป็น 36,500 – 78,500 บาท
3. iPad Air 11” และ iPad Air 13” (M3)

เป็นอีกหนึ่งไอแพดที่เหมาะกับการเรียนโดย Apple ได้ทำการอัปเกรดชิป M3 ให้แรงขึ้น ทำให้มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ iPad Pro แต่มีราคาประหยัดกว่า เหมาะกับการใช้งานทั่วไปสำหรับนักเรียน นักศึกษา วัยทำงาน เป็นต้น
มีให้เลือกขนาดหน้าจอถึง 2 ขนาด 11 นิ้ว และ 13 นิ้ว จอภาพเป็น Liquid Retina สวยงาม กล้องหน้า/กล้องหลัง 12MP พร้อม Center Stage เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานที่หลากหลาย นอกจากนี้ยังมี 4 สีให้เลือก
สำหรับความจุนั้นมีให้เลือกตั้งแต่ 128GB จนถึง 1TB พร้อมเลือกได้ 2 ระบบ Wi-Fi และ Wi-Fi + Cellular โดยให้ราคาที่เริ่มต้น 16,700 – 41,900 บาท
4. iPad Air 11” และ iPad Air 13”(M2)

เป็นไอแพดที่เหมาะกับการทำงาน การเรียนรู้ สร้างสรรค์ และเล่นเกมที่มีความคล่องตัว และมีประสิทธิภาพสูง
มีให้เลือกขนาดหน้าจอถึง 2 ขนาด 11 นิ้ว และ 13 นิ้ว จอภาพเป็น Liquid Retina สวยงาม กล้องหน้า/กล้องหลัง 12MP พร้อม Center Stage เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานที่หลากหลาย มีฟีเจอร์การทำงานแบบมัลติทาสก์ใน iPadOS นอกจากนี้ยังมี 4 สีให้เลือก
สำหรับความจุนั้นมีให้เลือกตั้งแต่ 128GB จนถึง 1TB พร้อมเลือกได้ 2 ระบบ Wi-Fi และ Wi-Fi + Cellular โดยให้ราคาที่เริ่มต้น 17,900 บาท
5. iPad (Gen 11) ชิป A16

เป็นไอแพดรุ่นแนะนำ จัดเป็น iPad เหมาะกับการเรียน การทำงานทั่วไป เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา วัยทำงาน ไว้ใช้ทำงานทั่วไป เรียนออนไลน์ จดโน๊ต สรุปข้อมูล ฯลฯ เป็นไอแพดที่มีราคาเบา ๆ คุ้มค่า พร้อมชิป A16 ที่มีจอภาพ Liquid Retina ขนาด 11 นิ้ว
ความจุที่เลือกได้มี 128GB จนถึง 512GB ในราคา 11,200 – 28,200 บาท ซึ่งขึ้นอยู่กับระบบที่เลือกว่าเป็นแค่ Wi-Fi หรือ Wi-Fi + Cellular
6. iPad mini รุ่นที่ 7 ชิป A17 Pro

iPad mini เป็นรุ่นเล็กไซซ์มินิ ที่ได้ความเร็วสุดจากชิป A17 Pro ที่ถูกเตรียมมาให้พร้อมเพื่อ Apple Intelligence, หน้าจอขนาด 8.3 นิ้ว Liquid Retina และมักนิยมใช้ในกลุ่มคนที่ต้องการความสะดวกในการพกพา ใช้งานได้ทั่วไป เช่น คณะแพทย์ เป็นต้น
สามารถเลือกความจุได้ที่ 128GB จนถึง 512GB ที่มาพร้อมระบบ Wi-Fi หรือ Wi-Fi + Cellular ในราคาคุ้มค่าที่ 14,500 – 31,500 บาท มีสีให้เลือก 4 สีเช่นกัน
7. iPad mini รุ่นที่ 6 ชิป A15 Bionic

iPad mini รุ่นหน้าจอ Liquid Retina ขนาดเล็ก 8.3 นิ้วที่ใช้ชิป A15 Bionic ขอบเขตการใช้งานที่กว้างทำให้เพลิดเพลินไปกับการฟังเพลง เล่นเกม ดูหนัง เล่นโซเชียล และยังสามารถใช้ร่วมกับอุปกรณ์เสริม เช่น Apple Pencil และ Keyboard Bluetooth
มีความจุให้เลือก 64GB ถึง 256GB ราคาเริ่มต้นที่ 14,900 บาท
ดังนั้นสำหรับคนที่มองหาว่าไอแพดสําหรับนักศึกษารุ่นไหนดีนั้น ทั้งยังต้องการเครื่องเล็ก ๆ พกไปมาสะดวก แนะนำไอแพดรุ่นนี้เลย
ไอแพดรุ่นไหนดี ที่เหมาะกับการเรียน การทำงาน
การที่จะเลือกว่าไอแพดรุ่นไหนดีนั้นก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยด้วยกัน ส่วนปัจจัยที่จะนำมาใช้พิจารณาว่า iPad รุ่นไหนดีก็จะมี
- งบประมาณ – ถ้าเน้นราคาประหยัด ให้เลือก iPad รุ่นมาตรฐาน,
- ลักษณะการใช้งาน – ใช้งานระดับมือโปร แนะนำให้ใช้ iPad Pro แต่ถ้าใช้งานแบบทั่วไป ก็ให้เลือก iPad Air หรือ iPad มาตรฐาน,
- ความสะดวกในการพกพา ใช้งานไม่หนักมาก ก็ให้ใช้ iPad mini
แต่ละซีรีส์ของไอแพด ทางเราก็ได้แนะนำให้ได้รู้จักกันข้างต้นแล้วว่าไอแพดรุ่นไหนดี ใช้เรียน ใช้ทำงาน ดังนั้นไอแพดรุ่นไหนดีจึงขึ้นอยู่กับผู้ใช้แต่ละคน
